Archive for the ‘บอกเล่าเก้าสิบ’ Category

The Knitted Wedding: Kjærlighet på pinner

Thursday, July 5th, 2012

*** Entry นี้เขียนไว้ตั้งแต่ปลายปี 05 และเพิ่งย้าย content มาไว้ที่ wordpress เรื่องนี้ก็เลยกลายเป็นเก่าแล้ว ป่านนี้คู่ีบ่าวสาวในรูปคงมีลูกมีเต้าไปแล้วมั้งเนี่ย เอิ๊กๆ ***

มาเมื่อปลายปีก่อน บังเอิ๊ิญ! เราไปเจอคอลัมภ์ใน KK แมกกาซีน ฉบับปลายๆปี 2005 พาดหัวซะเก๋ว่า “Kjærlighet på pinner” (คนที่นี่จะคุ้นเคยกับคำว่า Kjærlighet på pinne (ไม่มี r) อยู่แล้ว เพราะมันก็คือชื่อเรียก lollipop หรืออมยิ้มบ้านเรานั่นเอง แปลตรงๆก็ “ความรักบนแท่ง” ที่เรียกแบบนี้สันนิษฐานว่า อมยิ้มของที่นี่สมัยก่อนจะนิยมทำเป็นรูปหัวใจ มันก็เลยถูกเรียกว่าความรักบนแท่ง ปัจจุบันอมยิ้มมีหลายแบบแต่คนก็ยังเรียกแบบนั้นอยู่ บ้างก็เรียกสั้นๆว่า Kjærlighet เฉยๆ หรือไม่ก็ slikkepinne หรือ klubbe แล้วแต่ความเคยชิน)

“Kjærlighet på pinner*” (มีตัว r) ในที่นี้ก็คือ The Love on Knitting Pins* นั่นเอง เก๋ซะไม่มี… งานนี้ถูกจัดขึ้นโดยกลุ่ม Knitting Club ชื่อ Cast Off งานแต่งงานนี้เป็นของสมาชิกในคลับนี่เอง theme ของงาน ข้าวของเครื่องใช้ก็เลยเป็นอะไรที่ถักๆทอๆไปหมด

มาดูรูปกันเลยดีกว่า

^ เจ้าสาว ในชุดแต่งงานที่ถักจากไหมพรมล้วน แม้กระทั่งช่อ Bouquet ก็ยังถัก เจ้าบ่าวสวมเสิ้อกั๊กถัก ผ้าพันคอและหมวกทรงสูงถัก จริงๆน่าจะถักสูทด้วยเนอะ…

^ Train หางชุดเจ้าสาว ยาวกี่เมตรเนี่ยยย อันนี้คงใช้เครื่องถักช่วยนะ ชนิดที่ว่าถักจนเกือบนาทีสุดท้ายก่อนงานเริ่มเลย เพราะความยาวยังไม่พอ…

^ เค้กแต่งงานสามชั้นและมีดตัดเค้ก! รายละเอียดเล็กๆน้อยก็ไม่ปล่อยให้รอดสายตาไป อย่าง woollen confetti (คอนเฟตติไหมพรมน้อยๆ) ที่ใช้โปรยให้คู่บ่าวสาวหลังเสร็จพิธี… Annie Doi ดีไซน์เนอร์ชุดแต่งงานสีขาวครีม เล่าว่า เค้าต้องถัก something blue… ซึ่งเป็น British Tradition; Something old, something new Something borrowed, something blue and a silver sixpence in her shoe. เชื่อกันว่าถ้าเจ้าสาวสวมใส่สิ่งที่ว่านี้ครบในวันแต่งงาน จะถือเป็นมงคลและเป็นสัญลักษณ์ของความโชคดี

^ รองเท้าที่ประธานกลุ่ม Cast Off ใส่มาร่วมงาน เก๋ซะ ส่วนแหวน ใช่ไหมดิ้นทองขึ้น 10 loops, ถัก stockingette stitch 3 แถว แล้วเย็บบรรจบกัน เท่านี้ก็ได้แหวนแต่งงานแล้ว!!!

^ ช่างภาพกล้องไหมพรม อยากรู้จังภาพที่ออกมาจะชัดหรือจะเบลอ อิอิ

^ อาหารครบครัน ไม่ว่าจะเป็น คานาเป้หน้าต่างๆ เค้ก แซนวิช ใส้ปลาแซลม่อน, แฮมแอนด์ชีส แม้กระทั่ง แซนวิชแตงกวา ให้เลือกบริโภคได้ตามอัธยาศัย

^ แชมเปญชั้นดี ในคอลัมภ์เค้าบรรยายแบบนั้นน่ะ หุๆ

^ ดีเจในงานเปิดแผ่น knitted LP แถม Dance Floor ยังประดับด้วยประดับด้วยไฟ knitted Disco Light อีกด้วย

^ กระป๋องถักไหมพรมผูกห้อยท้ายรถ Just Married

งานแต่งงานนี้เลยกลายเป็น the first knitted wedding in the world ไปเลย

ชอบจัง ความคิดอะไรแบบนี้ กับสิ่งที่แสนจะธรรมดาที่บางคนคิดว่าเป็นเรื่องเชย ล้าสมัย ไม่ trendy… กลุ่ม Cast Off ได้แสดงให้เห็นว่าการถักนิตติ้งมิใช่เป็นแค่งานอดิเรกสำหรับแม่บ้าน คุณป้า คุณยายเท่านั้น แต่ทุกคนทั้งหญิง ชาย ก็สามารถ express จินตนาการของตัวเองได้ โดยที่ขอบเขตมิได้อยู่แค่ที่ เสื้อไหมพรม ผ้าพันคอ หรือถุงเท้าเท่านั้น

เห็นงานนี้แล้วทำให้เรานึกถึงรายการทอล์กโชว์ V. Graham Norton ของ Channel 4 ประเทศอังกฤษที่เคยชื่นชอบ เสียดายที่ไม่มีภาพ/คลิปประกอบ คือ… เค้าเอางานถัก knitting จาก The Sherborne and District Knitting Club แห่งเมือง Dorset มาโชว์ในรายการหลายครั้งหลายครา สิ่งที่พวกเค้าถักมาโชว์นั้นก็มิธรรมดาเช่นกัน… พวกเค้าถัก English Breakfast (ไข่ดาว เบค่อน เบคบีนส์ เห็ด และ มะเขือเทศ) อีกทีก็เป็น มงกุฏของ Queen Elizabeth II, Sceptre, Sovereign’s Orb เข้าเซทครบชุดไปโน่น แล้วเหมือนด้วยนะ เพียงแต่มันอ่อนยวบยาบเท่านั้นเอง อย่างเจ้าตัว Sceptre (คฑา) เนี่ย ยกขึ้นมานี่เหี่ยวเชียว เกรแฮมเลยปล่อยมุกแซวขำๆ (ทะลึ่งนิดๆ) เป็นอะไรที่เรียกเสียงหัวเราะของผู้ชมในห้องส่งได้ขนัด

^ สุดท้ายก่อนจบ มีแถม ฝีมือเราเอง ปรกติก็ไม่ค่อยจะทำไรแบบนี้กะเค้าหรอก ไม่อดทน แบบจากหนังสือ Rowan: Big Easy — คอนเสปเราเน้น ใหญ่ และ ง่าย เข้าว่า กรั่กๆ ดูไม้สิ ขนาดก็ปาเข้าไป 20mm ส่วนไหมก็ marino wool แบบโคตะระ chunky (เส้นใหญ่สุดแล้วมั้งนะคิดว่า) ชนิดที่ว่าถักไม่กี่ชั่วโมงเสร็จ… ใครที่อยากทำงานฝีมือแต่ความอดทนต่ำ ขอแนะนำหนังสือเล่มนี้

Reference: ภาพประกอบ จาก หนังสือ KK ฉบับ 50-51/2005 และ จาก photo album ของกลุ่ม Cast Off << คลิ๊กเข้าไปชมภาพบรรยากาศงานเพิ่มเติมได้เลยค่ะ

การออกเสียง:

Kjærlighet på pinner: ฉาลิเฮ็ท ผ่อ ผิ่นเนอะร์
Kjærlighet på pinne: ฉาลิเฮ็ท ผ่อ ผิ่นนะ
slikkepinne: สะลิคกะผิ่นนะ
klubbe: ขลู่บบ้ะ
สามตัวหลังความหมายเหมือนกัน คือ อมยิ้ม

Hunting in Norway: การล่าสัตว์ในนอร์เวย์

Tuesday, September 12th, 2006

ตอนแรกก็กังวลนิดๆว่าถ้าเขียนเกี่ยวกับ Hunting หลายๆคนโดยเฉพาะชาวพุทธอย่างบ้านเรา อาจจะคิดว่าการล่าสัตว์นั้นป่าเถื่อน ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ฯลฯ ขอออกตัวก่อนว่านำมาเล่าสู่กันฟังเฉยๆ เราเองก็ไม่ได้ชอบหรือสนับสนุนเรื่องการล่าสัตว์แต่อย่างใด…

… จะว่าไป Hunting ก็มีหลายแบบแล้วแต่จุดประสงค์ของการล่า บ้างก็ล่าเพราะเป็น Tradition เช่น fox hunting ในสหราชอาณาจักร, Safari ในอัฟริกา หรือ Shikar ในอินเดีย สำหรับในนอร์เวย์นั้น เรามองว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตของคนที่นี่ คือเป็น Tradition ในขณะเดียวกันก็เป็น Wildlife management ไปในตัว กล่าวคือ เป็นการควบคุมจำนวนประชากรของสัตว์ป่าและสปีชี่บางสปีชี่ที่ถ้ามีมากเกินไป พวกมันจะแย่งอาหารกันกิน ไม่เพียงพอต่อการอยู่รอดในฤดูหนาว หรือไม่ก็ออกมาทำลายผลผลิตของเกษตรกร ว่าง่ายๆคือทำให้เสียสมดุลย์ของระบบนิเวศน์นั่นเอง

บางคนอาจคิดไปว่า พวกที่ไปล่าสัตว์นี่คงถ้าอยากไปก็ถือปืนเดินเข้าป่าไปโลดดด… แต่ความเป็นจริงหาเป็นเช่นนั้นไม่ ผู้ที่จะ qualified ที่จะไปล่าสัตว์ได้จะต้อง ผ่านการอบรม Jegerprøvekurs (คอร์สล่าสัตว์) ปัจจุบันมีประมาณ 30 ชั่วโมง เป็นคอร์สเกี่ยวกับกฏหมายและกฏระเบียบในการล่าสัตว์ (Law and Ethic of Hunting) ซึ่งผู้เข้าอบรมจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับสปีชี่ต่างๆของสัตว์ สปีชี่ไหนล่าได้ สปีชีไหนเป็นสัตว์สงวน นอกจากนี้เนื้อหายังครอบคลุมไปถึง Introduction ในการใช้ Shotgun และปืน Rifle หลังจากนั้นผู้เข้าอบรมจะต้องผ่านการสอบภาคทฤษฏี เพื่อที่จะได้ certificate ซึ่ง certificate นี้เป็นเสมือนใบอนุญาตเพื่อที่จะไปซื้อ Hunting License จากทางรัฐบาลอีกที (ต้องซื้อปีต่อปี) เท่านั้นยังไม่ได้หมายความว่าเขาจะสามารถไปล่าสัตว์ที่ไหนก็ได้ เพราะว่าเขาต้องขออนุญาตจากเจ้าของที่ๆเราอยากจะไปล่าอีกด้วย เห้ออออ~~~ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยใช่ไหมคะ

 

โฉมหน้าปกใบประกาศฯ Jegerprøve

ส่วนในการล่าสัตว์ใหญ่ขึ้นมาหน่อย เช่น Roe Deer, Reindeer, Red Deer หรือ Moose ปืนที่ใช้จะต้องเป็นปืน Rifle… ทำไมถึงต้องเป็นปืน Rifle นั้นก็เพราะสัตว์พวกนี้เป็นสัตว์ใหญ่ จึงต้องใช้อาวุธที่มีศักยภาพสูงเพื่อที่จะล้มสัตว์ใหญ่ขนาดนี้ได้…

การล่าสัตว์ประเภทนี้ผู้ล่าฯนอกจากจะต้องมี Hunting license แล้ว ยังจะต้องผ่านการทดสอบ Storviltprøve (Shooting Test สำหรับสัตว์ที่มีขนาดใหญ่) ก่อนการเริ่มต้นฤดูล่าสัตว์ของทุกปี และก่อนจะไปทดสอบ Storviltprøve นี้ได้ จะต้องมีเอกสารรับรองจาก Shooting Field ที่เราไปฝึกเสียก่อนว่าผู้นั้นได้ผ่านการฝึกยิง อย่างน้อย 30 shots (ไม่จำเป็นต้องเข้าเป้าทุกชอต) … เอากับเค้าสิ ยุ่งยากใช่เล่น

ภาพประกอบ: http://www.wildlife.state.nh.us

การฝึกยิงนั้นเป็นการทำให้ผู้ฝึกฯมั่นใจว่าจะต้องยิงให้เข้าจุด vital organs คือ ปอด หัวใจ และ ตับ เพราะการยิงเข้าจุดดังกล่าว จะทำให้สัตว์เข้าสู่สภาวะช็อค และเป็นการตัดวงจรการไหลเวียนโลหิต อันนำมาซึ่งการสิ้นใจฉับพลันโดยไม่มีความเจ็บปวดทรมาน

To be continued…

 

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.